การซื้อขายรถมือสอง หลัก ๆ แล้ว จะมีการซื้อขายอยู่ 2 ประเภท
         1. รถบ้าน คือรถที่เจ้าของขายเอง หรือ ซื้อขายโดยตรงกับผู้ใช้รถ
         2. รถเต็นท์ คือการซื้อขายกันเป็นธุรกิจ การซื้อขายรถผ่านคนกลาง หรือ ไม่ใช่โดยตรงกับผู้ใช้รถ

ซื้อรถมือสองต้องปรับสภาพ ?

         เต็นท์มีการปรับสภาพรถก็จริง แต่มักเป็นการทำโดยผิวเผินอย่าง หยาบๆ หรือน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อให้ผู้ซื้อดูดี แต่เสียค่าใช้จ่ายในการปรับสภาพน้อยที่สุด
         ส่วนรถบ้าน ถ้าส่วนที่เสียหรือกำลังจะเสีย ไม่เป็นที่สังเกตเห็น จนน่าเกลียดหรือขับแล้วรู้เลย ก็มักจะไม่เสียเงินซ่อมก่อนขาย ปล่อย ให้เป็นภาระแก่ผู้ซื้อ หรือแม้แต่มีส่วนที่เสียที่ชัดเจน ก็มักจะใช้วิธีลดราคาให้ผู้ซื้อไปซ่อมเอง

ม่จะซื้อรถเต็นท์ ที่จอดอยู่ไม่รู้กี่วัน หรือซื้อรถบ้านจากเจ้าของโดยตรงที่ใช้งานเป็นปกติอยู่ แต่ในเมื่อเป็นรถใช้แล้ว ก็ไม่ทราบว่าจะมีอะไรใกล้หมดสภาพในอีกไม่นาน โดยส่วนใหญ่รถมือสองที่แม้ผู้ขายจะบอกว่ามีสภาพพร้อมใช้ แค่เติมน้ำมันแล้วก็ขับได้เลย หลังซื้อมาก็ควรจะตรวจสอบหรือปรับสภาพเพื่อให้ใช้งานได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

          ระยะทางบนหน้าปัดหรือเรียกกันว่าเลขไมล์ (ทั้งที่หน่วยเป็นกิโลเมตร) ผู้ขายโดยเฉพาะเต็นท์มักจะเขี่ยหรือปรับลดไมล์เพื่อให้ดูเป็นรถใช้น้อย สามารถเพิ่มราคาหรือเพิ่มความน่าสนใจขึ้นได้ และปัจจุบันนี้ไม่ใช่เฉพาะเต็นท์เท่านั้นที่ทำอย่างนี้ เจ้าของรถบ้านที่รู้มากหลายคนก็ทำเช่นกัน เพราะมีประกาศรับบริการในราคาไม่แพงตามนิตยสารรถรายสัปดาห์ทั่วไป
         ถ้าเป็นคันที่ถูกปรับลดเลขระยะทางบนหน้าปัดลงไปโดยผู้ซื้อไม่ทราบ นับว่าน่ากังวล เช่น ระยะทางที่ใช้จริง 100,000 กิโลเมตรซึ่งต้องเปลี่ยนสายพานไทม์มิงแล้ว แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนแล้วถูกลดเลขบนหน้าปัดเหลือ 80,000 กิโลเมตร อย่างนี้ก็เสี่ยงมากกับสายพานที่จะขาด หากใช้ต่อไปอีก 20,000 กิโลเมตร
         ระยะทางที่แท้จริงของรถที่ถูกลดเลขไมล์ สามารถทราบได้ยาก นอกจากจะบังเอิญว่า รถคันนั้นเข้าศูนย์บริการเป็นประจำและสมุดคู่มือยังอยู่ ก็สามารถโทรศัพท์เข้าไปสอบถามที่ศูนย์บริการนั้นได้ว่า เคยซ่อมอะไรมาบ้าง และระยะทางล่าสุดเท่าไรเมื่อไร
         ขัดสี รถที่ผ่านการใช้งานมา แม้จะได้รับการดูแลรักษาที่ดี แต่ก็ต้องมีคราบสกปรกเกาะบ้างไม่มากก็น้อย จึงไม่ใช่แค่ขัดเคลือบด้วยตัวเอง แต่ แนะนำให้เข้าอู่สีให้ขัดสีใหม่ทั้งคัน เอาคราบไคลสกปรกออกแล้วเคลือบ น้ำยา ด้วยค่าใช้จ่ายประมาณ 500 บาท แล้วค่อยนำกลับมาเคลือบเงาเองด้วยน้ำยากระป๋องละไม่กี่ร้อยบาท
         เปลี่ยนของเหลว ของเหลวทุกชนิด ยกเว้นน้ำกลั่น+น้ำกรดในแบตเตอรี่ และน้ำฉีดกระจก ควรเปลี่ยน น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำมันคลัตช์ น้ำหม้อน้ำ
         สารพัดไส้กรอง ไส้กรองอากาศที่จะมีผลต่อการหายใจเข้าของเครื่องยนต์, ไส้กรอง น้ำมันเครื่องต้องเปลี่ยนพร้อมน้ำมันเครื่องอยู่แล้ว, ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการไหลของน้ำมันที่คล่องตัว
         สายพานต่างๆ ถ้าจะตัดปัญหาก็ควรเปลี่ยนให้ครบทั้งสายพานนอกเครื่อง และสายพานไทม์มิง (ถ้ามี) หากสายพานเดิมมีสภาพยังดี ก็ใส่ถุงเก็บสำรอง ไว้ท้ายรถเพื่อเป็นอะไหล่เมื่อเดินทางไกล
         ยางแท่นเครื่องแท่นเกียร์ ถ้าร้าวหรือขาด ให้เปลี่ยนใหม่ ส่วนจะเป็นของใหม่แท้จากศูนย์บริการ ของเทียบใช้หรือของเชียงกงก็ตามสะดวก สำหรับรถญี่ปุ่น ยาง แท่นเครื่องเชียงกงที่มีสภาพดีๆ ก็น่าสนใจ เพราะมีราคาถูกมาก แต่ใช้งานได้ดีอีกนานพอสมควร
         ท่อยางหม้อน้ำ ถ้าดูที่ยางที่ติดรถมาแล้วมีสภาพไม่น่าไว้ใจ เริ่มแข็งกรอบหรือร้าว ก็สามารถเปลี่ยนใหม่ได้ในราคาไม่แพง สำหรับของเทียบคุณภาพดี แล้วเก็บของเดิมไว้ท้ายรถเพื่อเป็นอะไหล่เมื่อเดินทางไกล
         ระบบเบรกและผ้าเบรก รถแล่นได้ ก็ต้องหยุดได้ดีและปลอดภัย ในการเปลี่ยนน้ำมันเบรก ต้องไล่น้ำมันเก่าออกจากลูกสูบเบรกที่ทุกล้อ ให้ตรวจสอบการรั่วซึมของ ลูกยางเบรก สายอ่อนเบรก และการเปื่อยขาดของยางกันฝุ่น ผ้าเบรกใกล้หมดหรือยัง ถ้าบางแล้วก็ควรเปลี่ยน โดยสามารถเลือกได้หลายยี่ห้ออย่างรอบคอบ ไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าเบรกแท้จากศูนย์บริการ
         ระบบช่วงล่าง เป็นปัญหาที่พบบ่อยในรถมือสองทั่วไป ช่วงล่างมีเสียงดัง แข็งกระด้าง หรือยวบยาบ ถ้าไม่ได้สนใจจุดนี้เป็นพิเศษ ก็แค่ทดลองขับดูว่ามีเสียงรบกวนไหมและการทรงตัวดีหรือไม่ แต่ถ้าอยากใช้งานให้สมบูรณ์จริงๆ ควรตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งแบบถอดล้อขึ้นแม่แรง โยกชิ้นส่วนดู หรือถอดออกมาจากรถเพื่อตรวจสภาพอย่างละเอียด หากเป็นรถญี่ปุ่นรุ่นที่มีอะไหล่เชียงกงในราคาไม่แพง หลายชิ้นอาจตัดปัญหาโดยซื้อเปลี่ยนยกชุดเลยก็เป็นได้ ราคาของปีกนก โช้คอัพและอะไหล่ปลีกย่อยของรถญี่ปุ่นบางรุ่น มีราคาของเชียงกงรวมแถวๆ หนึ่งหมื่นบาทเท่านั้น เปลี่ยนแล้วแม้จะขับแล้วไม่เหมือนรถใหม่ 100%แต่ก็ดีขึ้นเยอะและใช้งานต่อไปได้อีกนาน
         การตัดสินใจเปลี่ยนชิ้นส่วนของช่วงล่างแบบยกชุดหรือไม่ ขึ้นอยู่ กับสภาพของชิ้นส่วนเดิมและราคาของชิ้นส่วนใหม่ หากไม่แพงก็ยกชุด ไปเลย หากแพงก็ตัดสินใจจากสภาพของชิ้นส่วนเดิมอย่างรอบคอบ
         เพลา และยางหุ้มเพลา รถขับเคลื่อนล้อหน้ามีเพลาขับ 1 แท่ง ( 4 หัวเพลา)เลี้ยววงแคบ แล้วมีเสียงดังก็อกๆๆ หรือไม่ ถ้ามีเสียงดังต้องเปลี่ยนเพลา จะเลือกของแท้จากศูนย์บริการ เทียบใช้เฉพาะตัวหัวเพลา หรือของเชียงกงก็ตามสะดวก ถ้ายางหุ้มเพลาขาด ต้องถอดมาทำความสะอาด เปลี่ยนยางหุ้มเพลาพร้อมจารบีใหม่ ยางหุ้มเพลาของเทียบใช้อันละไม่กี่ร้อยบาง บางยี่ห้อก็น่าใช้ เพราะทนทานคุ้มค่ากับราคา
          ตู้แอร์ ดูว่าลมแรงและมีกลิ่นหรือไม่ หากไม่แน่ใจว่าสกปรกหรือไม่ ล้างตู้แอร์ไปเลยก็ดี เพราะเกี่ยวข้องกับความสะอาดของอากาศที่จะหายใจเข้าไป
          เบาะและพรม ทำความสะอาดเองได้ไม่ยาก โดยใช้โฟมสเปรย์ฉีดแล้วใช้ผ้าสะอาดเช็ดโฟมและคราบสกปรกออก แต่ถ้าไม่อยากทำเอง ก็สามารถเข้ารับบริการได้ตามคาร์แคร์ทั่วไป
          ฟิล์มกรองแสง ดูสภาพทั้งความใสและฟองอากาศของฟิล์มกรองแสงเดิมที่ติดอยู่ (ถ้ามี) การเปลี่ยนฟิล์มกรองแสงใหม่ ต้องเสียเงินหลายพันบาทก็จริง แต่การขับรถที่มีฟิล์มฯ มัว ก็ไม่ปลอดภัยและขาดความสวยงาม
          ลดค่าใช้จ่ายในการปรับสภาพ ถ้าสะดวก มีความรู้เรื่องรถพอสมควรและมีอู่ที่ยินดีให้ซื้ออะไหล่ ไปเองได้ ก็สามารถแวะไปร้านอะไหล่ตามห้องแถวทั่วไป หรือเชียงกง เพื่อซื้ออะไหล่ หรือถ้าไม่สะดวกซื้ออะไหล่เอง ก็สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายโดยการเลือกซื้ออะไหล่อย่างรอบคอบว่า ชิ้นใดควรซื้ออะไหล่แท้ เทียบ เทียม หรือเชียงกง ความรู้ที่เล่าสู่กันฟังนี้ อาจดูเหมือนยุ่งยากในทางปฏิบัติ แต่โดยทั่วไปหลังซื้อรถมือสองมาแล้ว ก็ใช้ไปซ่อมไป อะไรเสีย ก็ถึงจะซ่อม อย่างมากก็เปลี่ยนแค่น้ำมันเครื่องเท่านั้น หลังที่ได้อ่านเกร็ดความรู้ข้างต้นแล้ว ลองพิจารณาดูว่าอะไรสะดวกที่จะทำ เพราะหากยอมเสียเงินเสียเวลาในครั้งเดียว แล้วก็จะใช้งานได้อย่างสบายใจมากขึ้น

          รถบ้าน หรือ รถเต็นท์ นั้นไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกซื้อรถ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ควรศึกษารถ ก่อนซื้อ รวมถึงราคาว่า สมเหตุสมผลหรือไม่

ขอบคุณ : HaaRod