<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>RodBan&#039;Blog</title>
	<atom:link href="http://annket.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://annket.wordpress.com</link>
	<description>ตลาดรถ รถบ้าน มือสอง รถบ้านเจ้าของขายเอง</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Aug 2012 02:19:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='annket.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>RodBan&#039;Blog</title>
		<link>http://annket.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://annket.wordpress.com/osd.xml" title="RodBan&#039;Blog" />
	<atom:link rel='hub' href='http://annket.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>วิธีสังเกตผู้ชายโกหก</title>
		<link>http://annket.wordpress.com/2011/02/25/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://annket.wordpress.com/2011/02/25/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Feb 2011 08:04:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>annket</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://annket.wordpress.com/?p=391</guid>
		<description><![CDATA[ใครที่ไม่ค่อยแน่ใจว่าคนรัก กำลังจะโกหกเราอยู่หรือเปล่า วันนี้มีวิธีสังเกตผู้ชายโกหกมาบอก&#8230;.             1. จับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย : เช่น จับจมูก จับหู ถูคอ เจออาการแบบนี้เตรียมตัวตั้งได้รับเลย            2. กลอกตาไปมา : กำลังใช้ความคิดอย่างหนักเลย ว่าจะทำยังไงดี              3. ชะงักก่อนตอบ : คนที่พูดความจริงจะไม่ชะงัก เพราะไม่ต้องคิดอะไร ตอบออกไปได้เลย               4. โวยวายใส่ : กำลังถาม ๆ อยู่ ทำไมถึงโวยวายใส่นะ ก็เพราะเขากลบเกลื่อนความผิดอยู่ โวยวายใส่จะได้เลิกถาม               5. กระพริบตาบ่อย ๆ : คนโกหกจะกระพริบตาบ่อย เพราะปกปิดความจริงที่จะออกมาทางแววตา            6. ไม่กล้าโชว์มือ : เวลาคนเครียด สังเกตดี ๆ คนโกหกมือจะไม่อยู่นิ่ง จับนั่นจับนี่ตลอดเวลา<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=annket.wordpress.com&#038;blog=14603539&#038;post=391&#038;subd=annket&#038;ref=&#038;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ใครที่ไม่ค่อยแน่ใจว่า<a href="http://www.taladhonda.com/?p=444">คนรัก</a> กำลังจะโกหกเราอยู่หรือเปล่า วันนี้มี<a href="http://www.taladhonda.com/?p=442" target="_blank">วิธีสังเกต</a>ผู้ชายโกหกมาบอก&#8230;. <br />
           1. จับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย : เช่น จับจมูก จับหู ถูคอ เจออาการแบบนี้เตรียมตัวตั้งได้รับเลย<br />
           2. กลอกตาไปมา : กำลังใช้ความคิดอย่างหนักเลย ว่าจะทำยังไงดี  <br />
           3. ชะงักก่อนตอบ : คนที่พูดความจริงจะไม่ชะงัก เพราะไม่ต้องคิดอะไร ตอบออกไปได้เลย   <br />
           4. โวยวายใส่ : กำลังถาม ๆ อยู่ ทำไมถึงโวยวายใส่นะ ก็เพราะเขากลบเกลื่อนความผิดอยู่ โวยวายใส่จะได้เลิก<span id="more-391"></span>ถาม   <br />
           5. กระพริบตาบ่อย ๆ : คนโกหกจะกระพริบตาบ่อย เพราะปกปิดความจริงที่จะออกมาทางแววตา<br />
           6. ไม่กล้าโชว์มือ : เวลาคนเครียด สังเกตดี ๆ คนโกหกมือจะไม่อยู่นิ่ง จับนั่นจับนี่ตลอดเวลา</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/annket.wordpress.com/391/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/annket.wordpress.com/391/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=annket.wordpress.com&#038;blog=14603539&#038;post=391&#038;subd=annket&#038;ref=&#038;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://annket.wordpress.com/2011/02/25/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://2.gravatar.com/avatar/ed65bfe0af53807272a8a1a4e05f561f?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">annket</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ก่อนรักจะจืดจาง</title>
		<link>http://annket.wordpress.com/2011/02/24/%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://annket.wordpress.com/2011/02/24/%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Feb 2011 06:21:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>annket</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://annket.wordpress.com/?p=388</guid>
		<description><![CDATA[          ชีวิตคู่ที่อยู่กันมาหลายปีแบบปราศจากน้ำตาลมาสม่ำเสมอ ครั้นปุบปับจะลุกขึ้นมารังสรรค์กันในวันนี้ก็คงประดักประเดิด หนำซ้ำเราทั้งคู่ยังผ่านชีวิตมาด้วยกัน ได้พบได้เห็นอีกฝ่ายหนึ่งมากพอสมควร สร้างความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อกัน อย่าเผลอปล่อยให้หน้าที่ความรับผิดชอบต่าง ๆ มันดูดซับความหวานไปจากชีวิตคู่จนแห้งเหี่ยวหัวโตเชียวนะ เอาล่ะ&#8230;เพื่อจะได้ไม่ต้องหวาดหวั่นว่าวันแห่งความรักจะเป็นวันร้าย เรามีคาถาไว้ใช้สร้างบรรยากาศวันแห่งความรักจะมาถึง           1. มอบเพลงผ่านคลื่นวิทยุ&#8230; หยึมกึ๋ยหน่อย ๆ แต่ถ้าเขาไม่ใช่พวกซีเรียสจริงจังขี้ยั๊วะ เขาจะอายก่อนแล้วเริ่มขำ ตามด้วยรักและเอ็นดู           2. หลังจากเจ้าตัวยุ่งนอนหมดแล้ว ชวนดูหนังรักโรแมนติก (เลือกเรื่องที่เขารับได้ เพราะผู้ชายทนความโรแมนติกได้ไม่ดีเท่าผู้หญิง) หรือเปิดเพลงรักของสองเราให้ฟังโดยบังเอิญ แล้วขึ้นต้นประโยคว่า ยังจำได้ไหม&#8230;           3. คืนเดือนหงายยกเก้าอี้มาวางนอกบ้าน ชงชาเขียวชมจันทร์ ชวนวางแผนไปเที่ยวกันตอนลูก ๆ โตแล้ว          4. เดินจูงมือกันบ้าง ลูกจะแซวหรือเพื่อนจะกัดก็ทำหูทวนลมซะ อย่าไปอายใครมาก ไม่ได้จูจุ๊บปากอย่างฝรั่งซักหน่อย บอกว่าซ้อมจูงไว้เผื่อตอนแก่ ๆ ไง           5. โทรหากันตอนกลางวันบ้าง นาน ๆ ก็หยอดซักทีว่าคิดถึง           6. นัดทานข้าวมื้อกลางวันในร้านใกล้ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=annket.wordpress.com&#038;blog=14603539&#038;post=388&#038;subd=annket&#038;ref=&#038;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>          ชีวิตคู่ที่อยู่กันมาหลายปีแบบปราศจาก<a href="http://www.taladhonda.com/?p=439" target="_blank">น้ำตาล</a>มาสม่ำเสมอ ครั้นปุบปับจะลุกขึ้นมารังสรรค์กันในวันนี้ก็คงประดักประเดิด หนำซ้ำเราทั้งคู่ยังผ่าน<a href="http://www.taladhonda.com/?p=437">ชีวิต</a>มาด้วยกัน ได้พบได้เห็นอีกฝ่ายหนึ่งมากพอสมควร สร้างความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อกัน อย่าเผลอปล่อยให้หน้าที่ความรับผิดชอบต่าง ๆ มันดูดซับความหวานไปจากชีวิตคู่จนแห้งเหี่ยวหัวโตเชียวนะ เอาล่ะ&#8230;เพื่อจะได้ไม่ต้องหวาดหวั่นว่าวันแห่งความรักจะเป็นวันร้าย เรามีคาถาไว้ใช้<span id="more-388"></span>สร้างบรรยากาศวันแห่งความรักจะมาถึง</p>
<p>          1. มอบเพลงผ่านคลื่นวิทยุ&#8230; หยึมกึ๋ยหน่อย ๆ แต่ถ้าเขาไม่ใช่พวกซีเรียสจริงจังขี้ยั๊วะ เขาจะอายก่อนแล้วเริ่มขำ ตามด้วยรักและเอ็นดู<br />
          2. หลังจากเจ้าตัวยุ่งนอนหมดแล้ว ชวนดูหนังรักโรแมนติก (เลือกเรื่องที่เขารับได้ เพราะผู้ชายทนความโรแมนติกได้ไม่ดีเท่าผู้หญิง) หรือเปิดเพลงรักของสองเราให้ฟังโดยบังเอิญ แล้วขึ้นต้นประโยคว่า ยังจำได้ไหม&#8230;<br />
          3. คืนเดือนหงายยกเก้าอี้มาวางนอกบ้าน ชงชาเขียวชมจันทร์ ชวนวางแผนไปเที่ยวกันตอนลูก ๆ โตแล้ว<br />
         4. เดินจูงมือกันบ้าง ลูกจะแซวหรือเพื่อนจะกัดก็ทำหูทวนลมซะ อย่าไปอายใครมาก ไม่ได้จูจุ๊บปากอย่างฝรั่งซักหน่อย บอกว่าซ้อมจูงไว้เผื่อตอนแก่ ๆ ไง<br />
          5. โทรหากันตอนกลางวันบ้าง นาน ๆ ก็หยอดซักทีว่าคิดถึง<br />
          6. นัดทานข้าวมื้อกลางวันในร้านใกล้ ๆ ที่ทำงาน หรือนัดทานข้าวมื้อเย็นกันสองคน<br />
          7. ทำให้แปลกใจเล่นบ้าง เช่นขอวันว่างพิเศษ 1 วัน พอวันนั้นมาถึง ก็พาเขาไปดูคอนเสิร์ตที่เขาบ่นอยู่นั่นแหละว่าอยากไปดู หรือบอกว่าจะพาไปกินข้าว แต่ขับรถไปหาร้านอร่อยแถวสุพรรณ ชมเมืองนิดหน่อยแล้วก็กลับบ้าน<br />
          8. ชวนกันไปขี่จักรยานในสวนสาธารณะ หรือชวนกันไปเล่นกีฬา<br />
          9. นวดให้กันวันละ 5 นาทีก่อนนอน หรือนวดเท้าให้กันตอนนั่งดูทีวี<br />
          10. หลังจากวันดี ๆ ของเขาและเรา ทิ้งเสื้อคลุม ผ้าพันคอ ที่มีกลิ่นน้ำหอมของเราไว้ในรถเขา กลิ่นช่วยเตือนความจำ ฉีดน้ำหอมเพิ่มเล็กน้อย ถ้ากลัวว่ากลิ่นจะจางไป อย่าให้ฉุนแล้วกันค่ะ<br />
          11. เขียนโน้ตหวานซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือส่งอีเมล์<br />
          12. ซุ่มซ้อมทำอาหารโปรดที่เขาไม่คิดว่าเราจะทำได้ สำหรับเลี้ยงในวันพิเศษ<br />
          13. กอดกันวันละนิดจิตแจ่มใส กอดแบบแนบชิด กอดหลวม ๆ กอดรัดฟัดเหวี่ยงแบบมันเขี้ยว กอดลูบหลัง ลองดูว่าแบบไหนโดนใจ จะกอดแบบสลับกันบ้างก็ได้<br />
          14. เลิกใส่ชุดอยู่บ้านเยิน ๆ เข้านอน แล้วสร้างบรรยากาศชวนวาบหวิวในห้องนอนเรียกร้องความสนใจให้ตาลุกวาว<br />
           วันวาเลนไทน์ที่จะมาถึงนี้ เราจะแปรจากวิกฤตเป็นโอกาสหรือไม่ก็เริ่มต้นที่คุณก่อนละค่ะ เชื่อเถอะว่านานไปเขาก็ย่อมหวั่นไหวและคล้อยตาม เพราะผู้ชายก็ต้องการความรัก และเขาก็ต้องการจะเป็นผู้รู้ใจคนที่เขารักด้วยเหมือนกันนะคะ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/annket.wordpress.com/388/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/annket.wordpress.com/388/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=annket.wordpress.com&#038;blog=14603539&#038;post=388&#038;subd=annket&#038;ref=&#038;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://annket.wordpress.com/2011/02/24/%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://2.gravatar.com/avatar/ed65bfe0af53807272a8a1a4e05f561f?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">annket</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>นอนผิดท่าทำให้หน้า เเก่ก่อนวัย</title>
		<link>http://annket.wordpress.com/2011/02/03/%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://annket.wordpress.com/2011/02/03/%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 Feb 2011 07:49:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>annket</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://annket.wordpress.com/?p=382</guid>
		<description><![CDATA[     ใครเลยจะรู้ล่ะค่ะว่า เจ้าอาการหน้ายับยู่ยี่แบบนั้น มีสาเหตุมาจากการนอนในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง!! &#8230; ลองสังเกตดูนะคะว่า เวลาที่เราตื่นมาแล้ว ใบหน้าของเรามีรอยย่น หรือว่าร่องแก้มด้านหนึ่งมีรอยลึกมากกว่าอีกด้านรึเปล่า ถ้าน้องๆ มีริ้วรอยแบบนี้บนใบหน้าล่ะก็ อย่ามองเป็นเรื่องปกติหรือคิดว่าพอล้างหน้าล้างตาแล้วก็หายไปนะคะ เพราะนี่คือต้นเหตุหนึ่งของการที่ใบหน้าเรามีรอยเหี่ยวย่นก่อนวัยได้ค่ะ      ริ้วรอยที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า Sleep Lines เป็นริ้วรอยที่เกิดจากการนอนผิดท่าเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะการนอนตะแคงข้างหรือนอนคว่ำหน้า แม้ว่าริ้วรอยนี้จะไม่น่ากลัวนัก แต่หากเรายังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการนอน ริ้วรอยชนิดนี้จะไม่สามารถลบเลือนได้อีกหากเราอายุเพิ่มมากขึ้น แน่นอนค่ะว่าเจ้าริ้วรอยนี้อาจเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เราดูแก่ก่อนวัย      สำหรับการหลีกเลี่ยงริ้วรอยเหล่านี้ ก็สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการฝีกนอนหงายให้เคยชินค่ะ เพราะการนอนหลับในท่านอนหงายจะเป็นท่าที่ทำให้เรานอนสบายและเป็นท่าที่ดีที่สุดสำหรับผิวหน้าของเราด้วยค่ะ<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=annket.wordpress.com&#038;blog=14603539&#038;post=382&#038;subd=annket&#038;ref=&#038;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align:left;">     ใครเลยจะรู้ล่ะค่ะว่า เจ้าอาการ<a href="http://www.taladhonda.com/?p=435">หน้ายับ</a>ยู่ยี่แบบนั้น มีสาเหตุมาจากการนอนใน<a href="http://www.taladhonda.com/?p=432" target="_blank">ท่าทาง</a>ที่ไม่ถูกต้อง!! &#8230; ลองสังเกตดูนะคะว่า เวลาที่เราตื่นมาแล้ว <a href="http://www.taladhonda.com/?p=428" target="_blank">ใบหน้า</a>ของเรามีรอยย่น หรือว่าร่อง<a href="http://www.taladhonda.com/?p=425" target="_blank">แก้ม</a>ด้านหนึ่งมีรอยลึกมากกว่าอีกด้านรึเปล่า ถ้าน้องๆ มีริ้วรอยแบบนี้บนใบหน้าล่ะก็ อย่ามองเป็นเรื่องปกติหรือคิดว่าพอล้างหน้าล้างตาแล้วก็หายไปนะคะ เพราะนี่คือต้นเหตุหนึ่งของการที่ใบหน้าเรามีรอยเหี่ยวย่นก่อนวัยได้ค่ะ</p>
<p>     ริ้วรอยที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า Sleep Lines เป็นริ้วรอยที่เกิดจากการนอนผิดท่าเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะการนอนตะแคงข้างหรือนอนคว่ำหน้า แม้ว่าริ้วรอยนี้จะไม่น่ากลัวนัก แต่หากเรายังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการนอน ริ้วรอยชนิด<span id="more-382"></span>นี้จะไม่สามารถลบเลือนได้อีกหากเราอายุเพิ่มมากขึ้น แน่นอนค่ะว่าเจ้าริ้วรอยนี้อาจเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เราดูแก่ก่อนวัย</p>
<p>     สำหรับการหลีกเลี่ยงริ้วรอยเหล่านี้ ก็สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการฝีกนอนหงายให้เคยชินค่ะ เพราะการนอนหลับในท่านอนหงายจะเป็นท่าที่ทำให้เรานอนสบายและเป็นท่าที่ดีที่สุดสำหรับผิวหน้าของเราด้วยค่ะ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/annket.wordpress.com/382/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/annket.wordpress.com/382/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=annket.wordpress.com&#038;blog=14603539&#038;post=382&#038;subd=annket&#038;ref=&#038;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://annket.wordpress.com/2011/02/03/%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://2.gravatar.com/avatar/ed65bfe0af53807272a8a1a4e05f561f?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">annket</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กินของหวาน อย่างไรไม่อ้วน</title>
		<link>http://annket.wordpress.com/2010/12/16/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://annket.wordpress.com/2010/12/16/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Dec 2010 07:48:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>annket</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://annket.wordpress.com/?p=377</guid>
		<description><![CDATA[      สาวๆ หลายคนชอบกินขนมเป็นชีวิตจิตใจ แต่จะกินอย่างไรถึงจะรักษารูปร่างได้เพรียวสวย เรามีเคล็ดวิธีเลือกกินของหวาน ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ ที่สามารถทำได้ไม่ยากมาบอกต่อค่ะ       -  รู้ปริมาณแคลอรี ก่อนกินควรอ่านปริมาณแคลอรีในขนม โดยดูจากฉลากแสดงข้อมูลโภชนาการข้างกล่อง หากเป็นไปได้ควรเลือกกินหรือซื้อชนิดที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบน้อยที่สุด      -  ลดแคลอรี การตัดน้ำตาล ครีม ออกจากขนมก่อนกิน เช่น เกลี่ยน้ำตาลไอซิ่งที่โรยหน้าขนมปังออก หรือไม่ใส่กะทิในขนมหวาน จะลดพลังงานได้ถึง 81- 150 แคลอรี หรือเกลี่ยครีมหน้าขนมเค้กออก ลดพลังงานได้ถึง 160 แคลอรี      -   ควบคุมสัดส่วนการกิน กินอย่างละนิดพอให้รู้รสชาติ เช่น คุกกี้ 1-2 ชิ้น เค้ก 1 ส่วน 4/ชิ้นเล็ก ไอศกรีม 1 ลูก คุณจะได้ชิมรสขนมทั้งหมดโดยได้แคลอรีเพียงครึ่งเดียว      -   ดื่มชาเขียวหรือกาแฟร้อนหลังมื้อขนม กาเฟอีนจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน หากต้องการเพิ่มรสชาติให้ใส่น้ำตาลเทียมแทน      -  15 นาที [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=annket.wordpress.com&#038;blog=14603539&#038;post=377&#038;subd=annket&#038;ref=&#038;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>      สาวๆ หลายคนชอบกินขนมเป็น<a href="http://www.taladhonda.com/?p=418">ชีวิต</a>จิตใจ แต่จะกินอย่างไรถึงจะรักษา<a href="http://www.taladhonda.com/?p=422">รูปร่าง</a>ได้เพรียวสวย เรามีเคล็ดวิธีเลือกกินของหวาน ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ ที่สามารถทำได้ไม่ยากมาบอกต่อค่ะ</p>
<p>      -  รู้ปริมาณแคลอรี ก่อนกินควรอ่านปริมาณแคลอรีในขนม โดยดูจากฉลากแสดงข้อมูลโภชนาการข้างกล่อง หากเป็นไปได้ควรเลือกกินหรือซื้อชนิดที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบน้อยที่สุด</p>
<p>     -  ลดแคลอรี การตัดน้ำตาล ครีม ออกจากขนมก่อนกิน เช่น เกลี่ยน้ำตาลไอซิ่งที่โรยหน้าขนมปังออก หรือไม่ใส่<span id="more-377"></span>กะทิในขนมหวาน จะลดพลังงานได้ถึง 81- 150 แคลอรี หรือเกลี่ยครีมหน้าขนมเค้กออก ลดพลังงานได้ถึง 160 แคลอรี</p>
<p>     -   ควบคุมสัดส่วนการกิน กินอย่างละนิดพอให้รู้รสชาติ เช่น คุกกี้ 1-2 ชิ้น เค้ก 1 ส่วน 4/ชิ้นเล็ก ไอศกรีม 1 ลูก คุณจะได้ชิมรสขนมทั้งหมดโดยได้แคลอรีเพียงครึ่งเดียว</p>
<p>     -   ดื่มชาเขียวหรือกาแฟร้อนหลังมื้อขนม กาเฟอีนจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน หากต้องการเพิ่มรสชาติให้ใส่น้ำตาลเทียมแทน</p>
<p>     -  15 นาที หลังกินขนมหวานเสร็จอย่านั่งอยู่กับที่ ออกไปเดินเล่นรอบบ้านๆ ประมาณ 15 นาที วิธีนี้นอกจากจะช่วยย่อยแล้ว ยังป้องกันไม่ให้ไขมันสะสมที่หน้าท้อง ต้นขา และสะโพกได้อีกด้วย</p>
<p>     &#8211; 30 นาที หลังกินของหวาน 5 ชั่วโมง ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที เพื่อกำจัดแป้งและน้ำตาลก่อนกลายเป็นไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยก่อนและหลังออกกำลังกายควรดื่มชาเขียวร้อนหรือน้ำอุ่นเพื่อเสริมระบบเผา ผลาญควบคู่ไปด้วย</p>
<p>    -  งดแป้งและน้ำตาลในวันรุ่งขึ้น มื้อเช้าและกลางวันเน้นผัก 80% โปรตีน 20% ส่วนมื้อเย็นให้กินผักผลไม้สดและดื่มน้ำเปล่าทั้งวัน</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก momypedia</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/annket.wordpress.com/377/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/annket.wordpress.com/377/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=annket.wordpress.com&#038;blog=14603539&#038;post=377&#038;subd=annket&#038;ref=&#038;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://annket.wordpress.com/2010/12/16/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://2.gravatar.com/avatar/ed65bfe0af53807272a8a1a4e05f561f?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">annket</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>3 เคล็ดลับกำจัดความหยาบกร้าน</title>
		<link>http://annket.wordpress.com/2010/12/15/3-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://annket.wordpress.com/2010/12/15/3-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Dec 2010 06:57:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>annket</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://annket.wordpress.com/?p=373</guid>
		<description><![CDATA[          สาว ๆ ที่มีปัญหาผิวหยาบกร้าน หมองคล้ำไม่สดใส ตามข้อศอก เข่า และตาตุ่ม ไม่ต้องเป็นกังวล หรือว่าเสียเวลาไปซื้อหาครีมราคาแพงมารักษาเยียวยากันหรอกนะคะ เพราะคุณค่าจากธรรมชาติก็ช่วยได้ และทำได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากค่ะ แหม&#8230;พูดมาแบบนี้หลายคนคงอยากรู้กันแล้วใช่มั้ยคะว่า มีเคล็ดลับดี ๆ อะไรบ้าง ถ้าอยากรู้ก็ไปดูกันเลยค่ะ เคล็ดลับที่ 1 มะนาว ลบรอยด่าง                   ให้นำมะนาวมาผ่าเป็น 2 ซีก หรือว่าจะใช้เปลือกมะนาวที่เหลือจากการทำกับข้าวก็ได้ แล้วนำมาขัดเบา ๆ บริเวณผิวที่หยาบกร้าน ทำเป็นประจำสัปดาห์ละครั้งหรือถ้ามีเวลาก็ทำได้บ่อยเท่าที่ทำได้ และถ้าไม่มีมะนาวก็สามารถใช้มะขามเปียกแทนได้ รับรองข้อศอกและเข่าที่เคยดำด้านจะหายไป และไม่กลับมาดำอีกแน่นอน เคล็ดลับที่ 2 น้ำผึ้ง ช่วยขาวเต่งตึง           นำน้ำผึ้งมาอุ่นซัก 2 ช้อนชา จากนั้นเอามาทาบริเวณข้อศอก และหัวเข่าที่ดำคล้ำ นวดคลึงแรง ๆ จนรู้สึกว่าน้ำผึ้งเริ่มเหนียวนวดต่อไม่ได้ พักไว้ 15 &#8211; 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=annket.wordpress.com&#038;blog=14603539&#038;post=373&#038;subd=annket&#038;ref=&#038;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>          สาว ๆ ที่มีปัญหาผิวหยาบกร้าน หมองคล้ำไม่สดใส ตาม<a href="http://www.taladhonda.com/?p=411">ข้อศอก</a> เข่า และตาตุ่ม ไม่ต้องเป็นกังวล หรือว่าเสียเวลาไปซื้อหาครีมราคาแพงมา<a href="http://www.taladhonda.com/?p=414">รักษา</a>เยียวยากันหรอกนะคะ เพราะคุณค่าจากธรรมชาติก็ช่วยได้ และทำได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากค่ะ แหม&#8230;พูดมาแบบนี้หลายคนคงอยากรู้กันแล้วใช่มั้ยคะว่า มีเคล็ดลับดี ๆ อะไรบ้าง ถ้าอยากรู้ก็ไปดูกันเลยค่ะ</p>
<p><strong>เคล็ดลับที่ 1 มะนาว ลบรอยด่าง        <br />
          </strong>ให้นำมะนาวมาผ่าเป็น 2 ซีก หรือว่าจะใช้เปลือกมะนาวที่เหลือจากการทำกับข้าวก็ได้ แล้วนำมาขัดเบา ๆ บริเวณผิวที่<span id="more-373"></span>หยาบกร้าน ทำเป็นประจำสัปดาห์ละครั้งหรือถ้ามีเวลาก็ทำได้บ่อยเท่าที่ทำได้ และถ้าไม่มีมะนาวก็สามารถใช้มะขามเปียกแทนได้ รับรองข้อศอกและเข่าที่เคยดำด้านจะหายไป และไม่กลับมาดำอีกแน่นอน</p>
<p><strong>เคล็ดลับที่ 2 น้ำผึ้ง ช่วยขาวเต่งตึง<br />
</strong>          นำน้ำผึ้งมาอุ่นซัก 2 ช้อนชา จากนั้นเอามาทาบริเวณข้อศอก และหัวเข่าที่ดำคล้ำ นวดคลึงแรง ๆ จนรู้สึกว่าน้ำผึ้งเริ่มเหนียวนวดต่อไม่ได้ พักไว้ 15 &#8211; 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ๆ แค่นี้ก็พอค่ะ</p>
<p><strong>เคล็ดลับที่ 3 น้ำตาล ขัดให้ขาวเนียน</strong><br />
          นำน้ำตาลทรายมาผสมกับน้ำมันที่ใช้ทาผิวหรือเบบี้ออยล์ จากนั้นนำมาทาที่บริเวณหัวเข่าและข้อศอกแล้วทิ้งไว้สัก 10 &#8211; 15 นาที ถ้าจะให้ดีแนะนำให้ใช้ใยบวบมานวดเป็นวงกลมเบา ๆ ด้วย น้ำตาลจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้ดูดีขึ้น ส่วนน้ำมันหรือเบบี้ออยล์จะช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น ที่สำคัญเมื่อทำเรียบร้อยอย่าลืมตามด้วยการทาครีมบำรุงผิว เพียงเท่านี้ปัญหาเข่าดำและข้อศอกด้านจะหมดไปค่ะ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/annket.wordpress.com/373/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/annket.wordpress.com/373/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=annket.wordpress.com&#038;blog=14603539&#038;post=373&#038;subd=annket&#038;ref=&#038;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://annket.wordpress.com/2010/12/15/3-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://2.gravatar.com/avatar/ed65bfe0af53807272a8a1a4e05f561f?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">annket</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>